แก้ปัญหา Laravel Error บน Appservhosting

พอดีวันนี้เจอปัญหาพิเศษ ที่เกิดขึ้นบน Share Host บางตัว (ในตัวอย่างนี้คือ Appservhosting แต่เชื่อว่าบาง Host ก็น่าจะเป็นเช่นกัน) จากโพสนี้  ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเคสที่น่าสนใจมาก เลยเอามาแบ่งปันกันครับ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เมื่ออับโหลดขึ้นไปแล้ว Laravel ไม่ทำงาน โดยการตรวจสอบเบื้องต้นคือ

  • ผมได้ตรวจเวอร์ชัน PHP และ PHP Extension ที่ Laravel ต้องการแล้ว ซุึ่งปกติดีครับ
  • Permission ของ storage และ bootstrap/cache สามารถเขียนได้ปกติ

ต่อไปคือข้อบ่งชี้ว่าเป็นสาเหตุเดียวกัน

  • ผมได้ลองแก้ไขไฟล์ index.php และไฟล์อื่น เพื่อใส่ die(‘a’); เข้าไปเรื่อยๆ เพื่อหาว่ามันพังที่บรรทัดไหนกันแน่ แต่ปรากฏว่า เลื่อนบรรทัดไปมา เหมือนบรรทัดที่พังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ (อันนี้เงิบมากๆ เพราะผมขยับไป 1 บรรทัดมันพัง เลยลงไปใส่ใน function ที่พัง แต่ผ่านตลอด แล้ววนกลับมา die ที่เดิมมันไม่พังเฉยเลย)
  • Error Logs ไม่มีเขียนอะไรเลย (อาจจะมีเขียน แต่ผมใช้ .htaccess เปลี่ยนที่อยู่ logs มัน เพราะที่เก่าไปอยู่ในที่ๆผมเข้าถึงไม่ได้ เพราะ share host ไม่เปิด)
  • ผมใช้  curl -v url > /dev/null เพื่อดูว่ามันมีอะไรที่ผมไม่เห็นไหม ประกฏว่ามันไม่ได้่ error 500 แต่มันตัด connection ไปดื้อๆ เลย ข้อนี้เลยค่อนข้างเดาได้ว่าน่าจะเป็นที่ระดับ php ไม่ได้เป็นที่ระดับ Code

สรุปผลการคาดเดาของผมคือ น่าจะเป็นปัญหาที่น่าจะเคยเจอกันบ่อยๆคือ OP Cache ของ PHP น่าจะเกิดปัญหา ซึ่งในที่นี้คือ Zend OPcache v7.0.6-dev ซึ่งวิธีแก้ปัญหาคือปิดมันครับ โดยการเปิด .htaccess ขึ้นมา แล้วใส่บรรทัดนี้ลงไปครับ

โดยในสมัยก่อนนั้น ผมเคยใช้ XCache ก็มีปัญหาคล้ายๆกัน แต่คนละแบบ ของ XCache เมื่อก่อน มันไป Cache routes.php ของคนอื่นมา มันเลยพัง ซึ่งวิธีปิดคล้ายๆกันคือใส่บรรทัดนี้ลงไป .htaccess

WTF AR-BRO Support – บันทึกความกากของ AR-BRO Support

หมายเหตุ โปรดดูวันที่โพสก่อนตัดสินใจ ในวันที่ท่านได้อ่านบทความนี้ AR-BRO อาจจะปรับปรุงเรื่องต่างๆแล้วก็ได้ 

อันนี้จะเป็นบันทึกเตือนใจ สำหรับผู้ที่อาจจะเข้ามาใช้ AR-BRO นะครับ เป็นประสบการณ์ที่ผมได้จากการ Support ของ AR-BRO ซึ่งเป็น Cloud Provider เจ้าหนึ่งของไทย เขียนตอนเดือน 1 ปี 2017

จริงๆแล้วผมค่อนข้างอคติกับที่นี่พอสมควร ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ สาเหตุที่ผมอคติหลักๆคือมันโฆษณาว่า “ไม่ต้องจ่ายล่วงหน้าเป็นเดือน!” แต่ว่าถ้าจะสร้างเครื่องคุณต้องมีเครดิตในระบบเหลือพอจ่ายให้เครื่อง”ทั้งหมด” รวมกับเครื่องที่จะสร้างใหม่ ล่วงหน้า 21 วัน ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าผมต้องการขยายระบบด้วยการสร้างเครื่อง 599 บาทต่อเดือน (0.89 บาทต่อชั่วโมง) 4  เครื่อง ผมต้องเติมเงิน 1794.24 แม้ว่าจริงๆผมจะอย่างใช้แค่ 3 วัน ซึ่งคิดเป็นเงินแค่ 256.32 บาทเท่านั้น เหลือเครดิตที่ทำอะไรไม่ได้ 1537.92 บาท ยิ่งกว่านั้นถ้าผมใช้เสร็จ ลบเครื่องทิ้ง เดือนต่อไปผมมีเหตุุจำเป็นให้ต้องขยาย 4 เครื่องอีก เครดิตที่เหลือ 1537.92 ไม่สามารถใช้เครื่องขนาด 599 บาท 4 เครื่องได้อีกแล้ว เพราะเครดิตที่เหลือมีไม่พอจ่าย 21 วัน ต้องเติมเพิ่ม 256.32 ก่อนถึวจะใช้ได้  ดังนั้นถ้าใครคิดจะเอามา ขยายระบบเฉพาะหน้านี่ไม่เหมาะอย่างแรงเลยครับ เหมือนเอาเงินไปดองทำไรไม่ได้

เข้าเรื่องต่อไปจะรวมเรื่องที่ Support AR-BRO ตอบมาแบบแปลกๆกันดูครับ

[May 29, 2016 – June XX, 2016] AR-BRO MA ระบบบ่อยจนน่ากลัว

เป็นช่วงตกต่ำที่สุกของ AR-BRO เลยก็ว่าได้ ฃ่วงนั้นผมยังไม่มีเครื่องที่ใช้จริงจังเท่าไหร่ แต่เห็นหลายคนบ่นหนักว่าล่มบ่อยมาก ซึ่งในเหตุการณ์นั้นทาง AR-BRO รับมือด้วยการ ปิดระบบ Ticket, Call Center และการโพสหน้าเพจของ Facebook ไปเลย ซึ่งผมรู้สึกว่ามันดูไม่โปรอ่ะ แล้วมีครั้งนึงที่เค้าบอกว่า MA ตอน ตี 1 มั้ง แต่ผมได้ SMS แจ้งการ MA ครั้งนี้ตอนตี 4  หลัง MA เสร็จไปแล้ว โดยลูกค้าช่วงแรกอย่างพี่เนยจาก nuuneoi.com ยังย้ายกลับไปใช้ Digital Ocean เหมือนเดิมเลย (อ้างอิง)

ปัจจุบัน ปัญหาล่มทั้งระบบไม่เจอแล้วในช่วงหลัง พอไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง ตามที่ผมเคยเจอ มีแค่ครั้งเดียวหลังจากช่วงนี้ที่ดับแล้วไม่แจ้ง (วันที่ 17 ธันวาคม 2016)

[September 9, 2016] UBUNTU 14.04 เลิกพัฒนาแล้ว ไม่ปลอดภัย

พอดีว่าผมชอบใช้ Ubuntu แต่ว่า Image ที่ AR-BRO มีให้นั้น Ubuntu 16.04 ซึ่ง ณ วันนั้น VestaCP ไม่รองรับ ผมเลยแจ้งไปทางเพจว่าขอ Image Ubuntu 14.04 ด้วยได้ไหม จริงๆแล้วเรื่องนี้มันจะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้าเค้าไม่ดันตอบมาว่า “Ubuntu 14 เลิกพัฒนาแล้วครับมำให้มีรูรั่วจำนวนมาก” ผมนี่ถึงกับเปิดตาราง LTS เลยครับ

AR-BRO บอกว่า Ubuntu 14.04 ไม่ปลอดภัย และเลิกพัฒนาไปแล้ว WTF

สำหรับใครอยากดูว่า Ubuntu 14.04 LTS End of Life วันไหน สามารถดูได้ที่ https://wiki.ubuntu.com/LTS

ปัจจุบัน ตามที่เค้าบอก มันอาจจะจัดการระบต่างๆได้ยาก เค้าเลยไม่ใส่นะครับ และ VestaCP รองรับ Ubuntu 16.04 แล้ว ก็ใช้ Ubuntu 16.04 แทนนะครับ

[December 17, 2016] AR-BRO ปิดเครื่องโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

ในวันที่ 17 ธันวาคน 2016 เกิดเหตุการณ์ เครื่องดับถ้วนหน้า โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าว่าจะ MA หรือว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไรก็มิทราบได้  (ผมจำไม่ได้ว่าดับไปช่วง 6.00 น. หรือว่าเริ่มดับช่วง 8.00 น.)  แต่ผลที่เกิดขึ้นคือเครื่องดับไป 2 ชม. ที่ผมรู้เพราะมีคนโทรมาบอกว่าเข้าเว็บไม่ได้ เห็นสถานะเครื่องดับอยู่ ต้องมาเปิดเอง เข้าใจว่าเหตุการณ์นี้น่าจะดับทุกเครื่องเลยครับ เพราะถามจากเพื่อนๆที่ใช้อยู่ก็ดับไปเหมือนกัน  (Ref) และหลังจากเหตุการณ์ AR-BRO ไม่ได้ชี้แจงใดๆทั้งสิ้น (และผมก็ไม่ได้ถามไป) แต่มีการชดเชยเครดิตให้ระดับนึง (Ref)

[January 5, 2017] Ping สูงแบบไม่ทราบสาเหตุ

เดี๋ยวจะหาว่า Support มีแต่เรื่องแย่ๆ อันนี้เรื่องดีๆบ้าง อันนี้เป็นของที่ทำงาน เค้าบอกเว็บช้ามาก ให้ลองดูหน่อย ก็เลยพบว่า PING สูงมาก (150 – 400 ms) ปกติจะประมาณ 3-5ms เท่านั้น เข้าใจว่าเฉพาะ IP 103.x.x.x เพราะเครื่องส่วนตัว IP: 150.107.29.x ปกติดี เลยเปิด Ticket แจ้งไป โดยเค้าแจ้งว่า “Network ภายในบางเส้นทางมีปัญหากำลังรีบดำเนินการแก้ไขครับ”  เค้าใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเพื่อแก้ปัญหา แล้วทุกอย่างก็กลับมาเรียบร้อยเหมือนปกติดี

[December 16, 2016 – January 14, 2017] สั่ง npm install แล้วช้า 

อันนี้เป็นเรื่องแปลกๆคือผมไม่สามารถสั่ง npm install เพื่อลง package ต่างๆที่ใช้บน NodeJS ได้ แต่สามารถสั่งคำสั่งเดียวกันบนเครื่องที่บ้าน และที่ทำงานได้ปกติ ไฟล์ package.json ก็ตัวเดียวกัน ซึ่งยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ที่สำคัญคือทาง AR-BRO ไม่ได้แจ้งอะไรกลับมาเลย ในช่วงแรกผมแจ้งไปทาง Facebook Page เค้าบอกให้ผมลองเปิด verbose mode ดู หลังจากส่งข้อมูลให้เค้าดูหลายๆอย่าง สุดท้ายก็เงียบไปและไม่ได้รับการตอบกลับอีก (เข้าใจว่าหาวิธีแก้อยู่แล้วก็ลืมไปล่ะมั้ง) หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ผมก็ไปเปิด ticket ในเว็บ AR-BRO อีกที ผลคือเหมือนเดิมครับ ไม่มีการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น ถ้านับรวมเวลาตั้งแตตอนนั้นถึงตอนนี้ก็เกือบ 1 เดือนแล้วครับที่ยังไม่มีการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น (ในระบบ Ticket) ไม่แม้แต่จะขอข้อมูลเพิ่ม

โดยข้อมูลที่ผมส่งให้มีดังนี้ (ถ้าใครพอเดาสาเหตุได้ก็ช่วยกันหน่อยนะครับ)

จริงๆแล้ว case นี้ผมเดาว่าเค้าน่าจะ limit connection per second เพื่อป้องกันเราเอา host ไปยิงไรสักอย่างมั้งครับ (สังเกตุจากช่วงแรกๆมันจะวิ่งเร็วมาก แล้วก็จะนิ่งไปหลังอ่านไปสักพัก ถ้าลองสั่งหลายๆครั้งสักวันมันผ่านแน่นอน เพราะ npm cache ไว้ แต่บังเอิญผม build docker images ทำให้ในนั้นไม่มี cache และจะไม่ cache เด็ดขาด มันเลยไม่ผ่านสักที)

วันที่ปล่อยโพสนี้ (2017-01-04) ผมได้แจ้งข้อมูลเพิ่มไปใน ticket อีกรอบ ตามข้อสันนิษฐาน 1 ชั่วโมงหลังจากนั้นปิดเคสเลยครับ หายแล้ว รวมเวลากว่าจะตอบ เกือบเดือน ไม่แน่ใจว่าเพราะได้ Hint ไป หรือว่าเพราะระบบจัดการหลังบ้านไม่ดี เลยอาจจะข้ามปัญหานี้ไปต้องคอมเม้นตอบเพื่อดันกระทู้ให้เค้าเห็น

ในที่สุด AR-BRO ก็ตอบแล้ว

Script สำหรับ Backup ข้อมูล ย้อนหลัง 7 วัน

อันนี้เป็น Script สำหรับ Backup ข้อมูลผ่าน rsync โดย Backup ย้อนหลัง 7 วัน (สามารถปรับได้)

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนใช้

  1. Linux/Unix Only
  2. ติดตั้ง rsync
  3. เครื่อง Backup ต้องสามารถ SSH Without Password เข้าเครื่องเป้าหมายได้ (ลองอ่านอันนี้ หรืออันนี้ดูครับ)
  4. เครื่อง Backup ต้องติดตั้ง PHP (ไม่จำเป็นต้องมี Apache)
  5. เครื่องเป้าหมายควรมี MySQL Tools (พวก mysqldump เป็นต้น) ในกรณ๊ต้องการสำรองข้อมูลจาก MySQL

Script ที่ใช้

อธิบายคำสั่ง

บรรทัดที่ 1 – 14 เป็นการตั้งค่าเครื่องเป้าหมาย ว่าจะ backup จาก host ใดและ path ใด ข้อมูลการเข้าถึง Database และจำนวนวันที่ backup ย้อนหลัง โดยสามารถตั้งวันที่ backup สูงสุดได้ในบรรทัดที่ 14

บรรทัดที่ 16-19 เป็นการตั้งค่าว่าจะไม่ backup file ใด้บ้าง เช่นพวก cache เราอาจจะไม่ backup เป็นต้น

บรรทัดที่ 21-22 เป็นการสั่ง backup ฐานข้อมูล ให้ออกมาเป็น file.sql

บรรทัดที่ 24 เป็นการสั่งคัดลอก folder เมื่อวาน แบบ Hardlink มาเป็นโฟลเดอร์วันที่ปัจจุบัน โดยการทำ Hardlink จะช่วยประหยักเนื้อที่ได้มากในกรณีที่ไม่เปลี่ยนแปลง เช่นถ้าเราสั่งคัดลอก a.zip ขนาด 1GB ไปเป็น b.zip แบบ Hardlink ขนาดที่จะถูกใช้บน Harddisk จะถูกใช้แค่ 1GB เท่านั้น ไม่ใช่ 2GB แบบปกติ เพราะไฟล์เก็บที่เดียวกัน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

บรรทัดที่ 26-29 เป็นการสร้าง exclude parameter หรือก็คือเอา บรรทัด 16-19 มาแปลงให้ rsync เข้าใจได้

บรรทัดที่ 31 เป็นการสั่ง rsync จากต้นฉบับมาโฟลเดอร์ปัจจุบัน โดยจะดึงเฉพาะไฟล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเมื่อวานเท่านั้น ทำให้ Backup ได้อย่างรวดเร็ว

บรรทัดที่ 33-35 คือสั่งให้ลบโฟลเดอร์ backup ที่เกิน 7 วันทิ้ง

คำแนะนำอื่นๆ

อย่าใช้ script นี้ผ่าน http เพราะมันจะ timeout ให้ตั้ง cronjob เป็นประมาณ php backup.php

ในกรณที่ MySQL เราใช้แต่ InnoDB และไม่มี MyISAM สามารถเอาบรรทัดที่ 21 ออกได้ (บรรทัด mysqlcheck) เพราะ check ไปก็ทำไรไม่ได้ InnoDB ไม่ Support

ในบรรทัดที่ 22 เราจะเห็นว่ามี –lock-tables=false ซึ่งหมายถึงเราจะไม่ lock table ในการเขียน ซึ่งทำให้เว็บสามารถทำงานได้ปกติตอน dump ข้อมูลออก แต่ข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ตรงกัน เช่น table a ถึก dump เสร็จแล้ว ในระหว่างที่ dump table b ออกมา มีการเขียนที่ table a และ c ซึ่ง table c ต้องใช้ข้อมูลจาก table a แบบนี้จตะเกิดปัญหาได้ เพราะ table c ที่ถูก dump มีข้อมูลบางอย่างที่ต้องพึ่ง table a แต่ตอน dump table a ตัว table a ยังไม่มีข้อมูลนั้น ทางแก้มี 2 แบบ

  1. ตั้ง –lock-tables=true
  2. ในกรณีที่มีแต่ InnoDB ให้ใช้ –single-transaction แทน

 

 

 

มาเล่น Red Alert 2 / Yuri’s Revenge แบบ Online กัน

บทความนี้เริ่มมาจาก EA แจกเกมส์ Red Alert 2 และ Yuri Revenge แบบฟรี ผ่าน Origin (ถ้าอยากได้ สมัคร Origin แล้วกดที่นี่ ถ้ามันยังอยู่นะ) ทีนี้ผมกับพื่อนก็อยากจะเล่นด้วยกันหลายๆคน จริงๆอยากเล่นผ่าน Lan แต่ว่าเกมนี้ค่อนข้างเก่า ทำให้ Protocol IPX ที่มันใช้ในการเล่นผ่าน Lan ไม่มีใน Windows 7 ขึ้นไป แถมเล่นผ่าน Intenet ก็ไม่ได้ เพราะเซิฟเวอร์หลักมันปิดไปแล้ว จึงต้องหาสิ่งทดแทน ผลก็คือ ผมเจอสิ่งนี้ครับ CnCNET ซึ่งมันมีเกม Command & Conquer ไว้มากมายสหรับเล่น Online (แต่ต้องมีเกมส์ตัวจริงก่อนนะ) เกริ่นแค่นี้พอแล้วกัน มาเริ่มกันเลย

*** ณ ปัจจุบัน วันที่เขียน CnCNet5 เล่นได้แค่ Yuri’s Revenge แต่เค้าบอกอีกไม่นานก็ใช้กับ RA2 ครับ ***

สิ่งที่ต้องมี

  1. เกมส์ Red Alert 2 และ Yuri’s Revenge
  2. CnCNet5 For Yuri Revenge ดาวโหลดได้จาก http://cncnet.org/red-alert-2 ตรงคำว่า Download Online & Play
  3. อินเตอร์เน็ต

อ่านเพิ่มเติม มาเล่น Red Alert 2 / Yuri’s Revenge แบบ Online กัน

มาทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตของเซิฟเวอร์ที่เราใช้โดยไม่ต้องลง GUI กัน

เนื่องจากผมมีความจำเป็นบางอย่าง ต้องทำการทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตของเซิฟเวอร์ผม (ตอนลง H@H Client ต้องส่งหลักฐานความเร็วอินเตอร์เน็ต) แต่ว่าผมไม่อยากลง GUI ให้เป็น Overhead เซิฟเวอร์ เลย Google เอา เจอ 1 ลิงค์ ที่นี่ครับ

สิ่งที่ต้องการ

  • SSH เข้าเซิฟเวอร์ที่เราจะทดสอบ
  • Python เวอร์ชัน 2.4.3+
  • wget หรือ curl หรืออะไรก็ได้ที่โหลดไฟล์ได้ ตามสะดวกเลย

มาลองเล่นกัน

  1. ขั้นแรก SSH เข้าเซิฟเวอร์ก่อน
  2. ต่อมา ต้องโหลดตัว Speedtest-cli ก่อน โดยใช้คำสั่งนี้
  3. ต่อมา เราก็สามารถใช้ได้เลย โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้

    เราจะได้ ข้อมูลมาประมาณนี้ครับ

    ซึ่งในข้อมูลจะมีบอกว่า Test จากไหน และ Test ไปที่ไหน (ในตัวอย่างไม่ได้ระบุปลายทาง มันจะเลือกที่ที่ใกล้ที่สุดครับ) ความเร็ว Download และ Upload เท่าไหร่

    เดี๋ยวก่อน มันยังไม่หมดแค่นั้น เรายังสามารถให้ script นี้ทำการแชร์ภาพเป็นหลักฐานให้คนอื่นได้ด้วย โดยสั่ง

    (เติม –share ต่อท้าย) จะได้ผลลัพธ์คล้ายๆเดิม แต่มีลิงค์สำหรับแชร์ติดมาด้วย

  4. สามารถใช้ คำสั่งนี้เพื่อดู Option ต่างๆที่ใช้ได้ครับ

ถ้าอยากทดสอบความเร็วออกต่างประเทศละ?

ง่ายนิดเดียวครับ ขั้นแรก โหลดไฟล์ด้านบนมาก่อนครับ จากนั้น

  1. ให้สั่งคำสั่งนี้ เพื่อดูว่าเราทดสอบกับเซิฟเวอร์ไหนได้บ้างก่อนครับ
  2. จะได้ผลลัพธ์ประมาณนี้มาครับ

    2 บรรทัดแรกไม่ต้องสนใจครับ สนใจบรรทัดถัดๆมาดีกว่าครับ มันจะจัดในรูปแบบ

    อย่างเช่นผมต้องการทดสอบความเร็วไปที่ประเทศญี่ปุ่น ผมก็เลือกบรรทัดนี้

    จากบรรทัดที่ผมเลือกจะเห็นว่า ID เป็น 4497 เราก็จะเอาตรงนี้ไปใช้กับขั้นต่อไปครับ
  3. เราจะใช้คำสั่งต่อไปนี้ เพื่อบังคับให้มันใช้เซิฟเวอร์ปลายทางที่เรากำหนด

    เพียงเท่านี้เราก็ทดสอบความเร็วออกนอกประเทศได้แล้วครับ
    เราสามารถใช้คำสั่งนี้ร่วมกับ –share เพื่อเอาลิงค์ภาพได้ครับ